สวัสดีครับ วันนี้ผมมาพร้อมกับงูชนิดหนึ่ง ที่ใกล้ตัวทุกคนมากๆ และในขณะเดียวกัน ก็เป็นงูที่ผมชอบมากๆเช่นกันครับ

 

               เหตุผลที่จู่ๆผมเปลี่ยนจากการเขียนสัตว์แปลกตาที่ห่างไกลจากเรามากๆ มาเป็นการเขียนสัตว์ที่ใกล้ตัวสุดๆนั้น เพราะว่าวันก่อนผมไปนั่งเปิดเอ็นทรี่เก่าๆของตัวเองดูครับ แล้วก็เปิดยาวไปจนถึงเอ็นทรี่ “ว่าด้วยเรื่องของงู” ครั้งแรก ซึ่งตอนนั้นเขียนถึง “กรีนแมมบ้า”

               พอนึกถึงเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ผมสลดใจขึ้นมาอีกครั้งครับ หลายๆคนที่ตามบล็อกอยู่อาจจะรู้อยู่แล้ว ว่าที่บ้านของผมนั้นเลี้ยงงู(ไม่มีพิษ) ซึ่งเหตุผลที่เลี้ยงก็ไม่มีอะไรมากครับ เลี้ยงเพราะรักงู ชอบงู แต่ในช่วงที่มีข่าวลือกรีนแมมบ้า งูจำนวนมากถูกตีตายไปอย่างไร้ค่า โดยเฉพาะงูเขียวปากจิ้งจก ซึ่งหาได้ไม่ยากเลยในประเทศไทย

               ผมมีความฝันที่จะให้คนเลิกอคติกับงู ทุกวันนี้การที่ผมเลี้ยงงู ทำให้คนจำนวนมากเข้ามาถามหรือพูดว่า “เลี้ยงอะไรอันตราย” ทั้งๆที่แท้จริงแล้วงูก็ไม่ต่างจากหมาจากคน มีทั้งดีมีทั้งร้าย งูที่ผมเลี้ยงนั้น เอาไปให้เด็กอนุบาลเล่นยังไม่เป็นไรเลยครับ

            คนเลี้ยงหมา ก็ออกมาปกป้องหมาเมื่อทราบข่าวว่ามันถูกทำร้าย คนเลี้ยงแมวเองก็เช่นกัน ทุกคนล้วนมีสิ่งที่รักและอยากจะปกป้อง ซึ่งในกรณีของผม สิ่งที่ผมอยากจะปกป้องนั้นถูกทำร้ายด้วยความเชื่อที่ฝังลึก และแก้ยาก แต่ยังไงก็ตามผมก็จะแก้ให้ได้มากที่สุด

             เมื่อมาคิดดู ผมรู้สึกว่าคนเราส่วนนึงทำร้ายงูจากความไม่รู้หรือเข้าใจผิด บางคนอาจจะบอกว่า ตีแหลกเพราะไม่รู้ว่ามีพิษหรือไม่มีพิษ ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ต่อให้รู้ว่ามีพิษ ผมก็ไม่สนับสนุนให้ตี มันเลือกเกิดได้มั้ยละครับ? ไม่ได้ แต่มันเลือกที่จะกัดหรือไม่กัดได้ นั่นขึ้นอยู่กับการกระทำของเราด้วยเช่นกัน

            เพราะฉะนั้น เอ็นทรี่นี้ ผมขอเลือกที่จะปกป้อง งูแสงอาทิตย์ ก่อนครับ

 

              งูแสงอาทิตย์ หรือ Sunbeam snake (Xenopeltis unicolor) เป็นงูไม่มีพิษชนิดหนึ่งที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นสะดุดตา นั่นคือ เกล็ดที่เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์จะสะท้อนเป็นสีรุ้งแวววาวสวยงามออกมา และในขณะเดียวกันความสวยงามนี้เองที่นำพาความเข้าใจผิดมาทำร้ายมัน “งูสีสดมีพิษร้าย” เป็นคำพูดที่ทำร้ายงูจำนวนมากครับ งูที่ผมเลี้ยงเองก็สีสดโคตรๆ แต่ไม่มีพิษ คำว่า “สีสดพิษร้าย” ใช้ได้กับพิษแบบ poisonous (พิษจากการกิน พิษที่เคลือบร่างกาย) ครับ แต่งูเป็นสัตว์ venomous (พิษที่ฉีดเข้าร่างกายโดยตรง เช่น กัด หรือ ต่อย) เพราะฉะนั้น ไม่เกี่ยวครับ

            งูแสงอาทิตย์เป็นงูที่ออกลูกเป็นไข่ และวางไข่ครั้งละราวๆ 10 ฟอง

 

             งูแสงอาทิตย์สามารถยาวได้ถึง 1 - 1.3 เมตร ลำตัวยาวเป็นทรงกระบอก โดยมีลักษณะหัวที่แบนเป็นรูปลิ่ม เอาไว้ใช้สำหรับมุดๆไปตามดินหรือซากใบไม้ และมีดวงตาที่เล็ก เกล็ดเป็นแบบเรียบ โดยเกล็ดด้านบนลำตัวจะมีสีน้ำตาลคล้ำๆแบบช๊อคโกแลต ที่เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์จะปรากฏสีรุ้งสะท้อนแสงงดงามออกมา เป็นที่มาของชื่อ “งูแสงอาทิตย์” นั่นเอง ส่วนด้านล่างลำตัวเป็นสีขาวครับ ซึ่งงูแสงอาทิตย์ในวัยแรกเกิด จะมีแถบสีขาวอยู่รอบๆคอด้วย แต่เมื่อโตมาจะค่อยๆจางหายไป และกลายเป็นสีน้ำตาลเหมือนพ่อแม่ของมัน

 

^งูแสงอาทิตย์แรกเกิด

 

             อาหารของงูแสงอาทิตย์ก็คือ หนู นก และกิ้งก่าตัวเล็กๆที่มันพอจะล่าได้ หรือบางทีก็กินงูกันเองด้วย แต่เนื่องจากว่ามันปราศจากพิษในการดับลมหายใจเหยื่อ มันจึงใช้วิธีอันเก่าแก่ของงู นั่นคือ การรัด (constrict) จนเหยื่อขาดอากาศหายใจตาย จากนั้นจึงค่อยๆกลืนเหยื่อลงไปทั้งตัว เช่นเดียวกับงูชนิดอื่นๆ

            งูแสงอาทิตย์เป็นสัตว์หากินกลางคืน และใช้ชีวิตแบบกึ่งใต้ดินชอบมุดไปๆมาๆ และสามารถพบได้ทั่วไปในป่าเขา ทุ่งหญ้า หรือนาข้าว โดยเฉพาะหลังเวลาฝนตก ซึ่งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ งูแสงอาทิตย์เป็นงูที่สามารถพบได้ง่ายๆเลยครับ

 

            ถ้าหากจำเป็นต้องเดินผ่านงูแสงอาทิตย์ อย่าไปกลัวมันครับ นอกจากจะไม่มีพิษแล้ว ยังไม่กัดอีกด้วย มันจะกัดก็ต่อเมื่อหยิบมันขึ้นมาด้วยความรุนแรง แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป เพราะส่วนมากจะแค่สะบัดตัวหนีเมื่อถูกหยิบขึ้นมาเสียมากกว่า และในบางครั้ง งูแสงอาทิตย์จะสั่นหางคล้ายงูหางกระดิ่ง เพื่อเป็นการข่มขู่ศัตรูด้วย แต่ไม่ต้องห่วงครับ ตัวจริงมันไม่ได้โฉดเหมือนงูหางกระดิ่งเลย =w= (งูหางกระดิ่งไม่มีในประเทศไทย แต่ถ้ากลัวเจอ ผมจะบอกให้ว่า การสั่นหางของงูหางกระดิ่งจะมีเสียงดังขึ้นด้วย จาก “กระดิ่ง” ที่ปลายหางของมัน เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีลักษณะนี้ ก็บอกได้เลยว่าเป็นการสั่นขู่ของงูธรรมดา)

         แท้จริงแล้ว งูส่วนมากกลัวคนมากกว่าที่คนกลัวมันเสียอีก เพราะงูหลายชนิดที่มีนิสัยไม่ต่อสู้ และเมื่อถูกคุกคามจะเลื้อยหนี แม้กระทั่งงูพิษแรงๆบางชนิดก็ทำแบบนั้น ในขณะที่คนหลายคนถูกคุกคามแล้วจะวิ่งเข้าไปเอาไม้ตีให้ตาย เพราะฉะนั้นถ้าหากเจองูสะท้อนแสงเป็นสีรุ้งตัวนี้นอนขดขวางทางอยู่ ปล่อยมันนอนไปเถอะครับ

 

          สำหรับงูแสงอาทิตย์ ผมหวังว่าจะให้หลายๆคนได้เห็นว่า ในโลกของงู โลกของสัตว์ที่โดนตราหน้าว่าเป็นสัญลักษณ์ของอสรพิษ และความอันตราย ก็มีด้านดีๆ ด้านที่งดงามซ่อนอยู่เช่นกัน การที่ผิวหนังของสิ่งมีชีวิตสามารถสะท้อนสีรุ้งออกมาแวววาวขนาดนี้ได้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับผมมากๆ ถึงแม้ผมจะอ่านเจอเจ้าตัวนี้บ่อยๆ และสามารถพบมันได้ในประเทศตัวเอง ผมก็ยังไม่เคยลืมความพิเศษตรงนี้ของมันไป

           ความกลัวและความเกลียดชังที่มนุษย์มีให้ต่องู เป็นเรื่องที่ฝังลึกและแก้ยาก สำหรับผม คนที่กลัวงูนั้นไม่ผิด แต่คนที่เข้าไปทำร้ายมันทั้งๆที่มันยังไม่ได้ทำอะไรให้ ผมอยากให้เปลี่ยนครับ งูเองก็มีชีวิตของมัน เหมือนที่สัตว์อื่นๆมี และงูหลายๆตัวที่ลืมตาดูโลกมาไม่นานก็ต้องถูกตีตาย ด้วยความผิดที่มันไม่ได้ทำ

            เราทำร้ายงูเพราะเรากลัวว่างูจะมาทำร้ายเรา งูเห่าขู่จะฉก ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันครับ สำหรับผม มนุษย์ เป็นสัตว์ที่สมควรจะกลัวมากที่สุด มนุษย์ครองโลกด้วยจำนวนมหาศาลที่แม้แต่มนุษย์กันเองยังคุมไม่ได้ มนุษย์เป็นสัตว์ที่ไม่มีใครมากิน ทำให้มันครองระบบนิเวศทุกที่ที่มันไป ทำลายที่อยู่ของสัตว์นับร้อย ทะเลาะกันเองจนอาวุธสงครามฆ่าสัตว์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปตั้งเท่าไหร่ สร้างเทคโนโลยีเพื่อความสบายของตัวเอง จนสุดท้าย แม้แต่โลกที่ยืนกันอยู่ทุกวันนี้ยังจะตายตามสัตว์ไปด้วยเลยครับ

 

^แถมให้รูปสุดท้าย ก่อนจากกัน

 

            สุดท้ายนี้เอ็นทรี่นี้คงจบลงด้วยการกล่าวความในใจของผมเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา ผมไม่รู้ว่าข้อความของผมจะส่งไปได้ไกลแค่ไหน และเปลี่ยนมุมมองคนได้มากแค่ไหน แต่ผมก็อยากทำให้ได้มากที่สุด หลายๆคนอาจจะไม่เข้าใจ ทำไมผมต้องมานั่งจริงจังกับเรื่องพวกนี้ แต่ถ้าหากมีคนเป็นคนรักสัตว์สักชนิด อาจจะหมาหร